วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Work and Travel แบบฉบับ NGO's

 กุมภาพันธ์ 2555

 ภาคภูมิ  แสวงคำ

                          
            ปี 2555 นับเป็นโอกาสดีที่ประเทศพม่ากำลังปฏิรูปประเทศขนานใหญ่ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน  (ราชบัณฑิตยสถานอนุญาตให้เรียกว่าประเทศพม่า แทนเมียนมาร์  เช่นเดียวกับที่คนไทยเรียกชื่อประเทศอังกฤษ ไม่ใช่อิงแลนด์)  หลังคณะของผู้เขียนเดินทางใช้เวลา 4 เดือนจึงได้รับอนุมัติวีซ่าเข้าประเทศ  ด้วยเหตุที่คณะตั้งเป้าไปศึกษางานด้านสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะ HIV/AIDS อนามัยเจริญพันธุ์ (Reproductive Health)และการเคลื่อนย้ายประชากร และที่ขาดไม่ได้คือการเดินทางท่องเที่ยวทั่วไป

             ก่อนเดินทางเคยคิดเล่นๆในใจว่าประเทศที่มีพรมแดนติดกันยาวที่สุด แถมมีประวัติศาสตร์ต่อกันมายาวนาน  แต่แทบไม่รู้ข้อมูลประเทศเพื่อนบ้านแถบนี้เลย ทีประเทศสหรัฐอเมริกา คนไทยดันท่องชื่อเมืองและรัฐกันคล่อง แต่พม่าดันไม่รู้ว่ามีกี่รัฐ กี่จังหวัด  ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคงไม่ต้องไปถามเอาคำตอบ 


ทำความรู้จักเพื่อนบ้าน

                      ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ก็มาถึงนครย่างกุ้ง(คนพม่าออกเสียงว่ายางโกง)อยู่ในภาคอิระวดี(Irrawaddy Division : คนพม่าออกเสียงว่าเอยาวดี)คำว่า"ภาค"แปลมาจากคำว่า Division หนังสือบางเล่มแปลว่า "มณฑล"ก็มี  แต่ Blog นี้ขอใช้คำว่าภาคจะถนัดกว่า
                

เยี่ยมบ้านชมเมือง

                 บรรยากาศที่นี่  สองข้างทางสะอาดสะอ้านมาก ขยะหรือเศษใบไม้มีหล่นให้เห็นแบบนับชิ้นได้   ถนนหนทางในยางโกงมีลักษณะคดเคี้ยวสลับกับสูงต่ำ รถราขวักไขว่ รถบัสโดยสารหรือแท็กซี่พร้อมใจกันเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าอากาศเย็น  แต่น่าจะมาจากเหตุผลด้านความประหยัด หรือสภาพของรถที่มีอายุการใช้งานนานแล้ว  นานครั้งจะเห็นคนขับรถที่ส่วนใหญ่นุ่งโสร่งปิดกระจกสักที    ส่วนรถราก็บีบแตรกันถี่ยิบและส่วนใหญ่จะขับกันค่อนข้างเร็ว  ซึ่งคนขับที่ฝากชีวิตกับแกบอกว่าขับเร็วแต่ไม่ค่อยพลาดเกิดอุบัติเหตุ อืม! ถือว่าโชคดีที่ไม่พลาด

    



                 ไหนๆก็มาแล้ว เลยถือโอกาสลองข้ามถนนสักครั้งโดยใช้ทางม้าลาย ก็ไม่จัดว่ายากเกินไปถ้าอยู่เมืองไทยมาก่อน เพียงแต่ห้ามลังเล ถ้าจะให้ดี เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม...ข้ามพร้อมเพื่อนร่วมทางจะปลอดภัยและไม่เหงา


                 ที่น่าทึ่งสุดสุดคือป้ายห้ามรถจักรยานยนต์สัญจรในยางโกงอย่างเด็ดขาด คนพม่าเล่าให้ฟังว่าป้ายนี้เพิ่งมีไม่นาน เพราะเดิมก็มีรถมอเตอร์ไซค์ขวักไขว่เหมือนเมืองอื่นๆ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถซิ่งพวกซูเปอร์ไบค์ ไอ้รถมอเตอร์ไซค์ตำรวจกลับไล่ตามจับรถแรงๆไม่ทัน  จึงเป็นที่มาของการสั่งแบน  นี่ถ้าเด็กสก๊อยและเด็กแว้นแดนสยามมาเห็นเข้า...รับรองต้องกรี๊ดกันลั่น     แต่ที่จริงมองในแง่ดี  ก็สามารถลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมาก  ทั้งไม่ต้องรำคาญใจกับพวกรถจักรยานยนต์ซิ่ง ขี่ย้อนศร หรือขี่บนทางเท้า ฯลฯ ขณะที่จักรยานที่นี่ นานครั้งจะโผล่ให้เห็นบ้างตามตรอกซอกซอย ต่างกับที่อื่น เช่น ในรัฐมอญจะพบเห็นรถจักรยานยนต์ได้ทั่วไปมากกว่า
             

เจอป้ายห้ามรถมอเตอร์ไซค์วิ่ง ที่วัยรุ่นเมืองไทยเห็นเข้าต้องกรี๊ด

ปากท้องและอาหารการกิน

                  เรื่องที่สำคัญต่อปากท้องคงไม่พ้นอาหารการกิน  มื้อแรกที่ย่างโกง เป็นอาหารติ่มซำ เรียกว่าจัดหนักตั้งแต่มาถึง โดยพนักงานจะยกเข่งติ่มซำมากองเต็มโต๊ะให้ลูกค้าเลือก  ไม่ได้ค่อยๆทยอยยกมาในรถเข็นเช่นบ้านเรา  ส่วนรสชาติจัดว่าอร่อย สะอาดไม่ต่างจากอาหารจีนในเมืองไทย  









                 แต่เมื่อต้องหาอาหารอื่นทาน ด้วยความเป็นเมืองใหญ่ ก็มีให้เลือกทั้งอาหารไทย ฝรั่งและจีน  ซึ่งหลายวันต้องฝากท้องกับข้าวผัด (ทะเมงจอ) และไข่เจียว(แจ๊ะอุจอ)อยู่บ่อยครั้ง ถ้าตกดึกไปทานอาหารจีนตามสั่งแถวไชน่าทาวน์ก็ไม่ผิดหวัง  แต่มาถึงที่นี่ต้องตกตะลึงกับผลไม้ไม่ว่าทุเรียนหรือแตงโมที่ขนาดมันมหึมาจริงๆ สอบถามดูว่าได้สายพันธุ์มาจากเมืองไทยและมาพัฒนาภายหลัง ประกอบกับสภาพดินฟ้าอากาศของพม่าทำให้ผลผลิตมันใหญ่สุดจนฉุดไม่อยู่ 





                ต่อมาไปทดลองก๋วยเตี๋ยวพม่าที่ร้าน Kyay-Oh (เจโอ)ที่นี่ล่ามกะเหรี่ยงเมืองไทยแนะนำว่าไปพม่าห้ามพลาดเด็ดขาด   เมื่อไปถึงก็เจอเมนูสารพัดชนิดทั้งเมนูไข่และเนื้อสัตว์ต่างๆ แม้รสชาติไม่จี๊ดจ๊าดแซบลิ้นเท่าที่ควร  แทบจะเทเครื่องปรุง(ที่คล้ายกับของไทย)ลงชามเกือบหมดก็ยังไม่สาแก่ใจ  แต่ที่เด่นคือปริมาณที่เยอะมาก ซึ่งคณะที่มาด้วยกันต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า...มันใหญ่มาก..ถ้าไม่หิวอย่ามาเลย ส่วนน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม  หากไม่ใช่ยี่ห้อที่นำเข้าจากเมืองไทย รสชาติจะหวานน้อยกว่าชัดเจน ส่วนน้ำอัดลมยี่ห้ออื่นที่มี  รสชาติใช้ได้ทีเดียว  รวมถึงเบียร์ทั้ง Dagon, Mantalay รสชาติใกล้กับเบียร์ Leo




ไปถ้ำมองส่องสวนสาธารณะ

 (ขอเลี่ยงไปบรรยายด้วยร้อยกรอง  เพราะมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี)
 


       สวนสาธารณะใหญ่โตโอฬาร...ตระการด้วยผู้คนล้นหลาม...ตะวันรอนร้อนจ้าสายัณห์ยาม...ยังงดงามด้วยละอ่อนพักผ่อนกัน... สำคัญคือหนุ่มสาวมาเข้าที่...ล้วนแต่มีคู่ดูสดใส...แนบตระคองกอดรัดฟัดเหวี่ยงไป...หาสนใจใครมองเรื่องของกู...ริมสระน้ำเห็นลิบสิบกว่าคู่...แลเห็นอยู่ในรถอดไม่ไหว...

         ฉับพลันอนงค์นางหนึ่ง..ซึ่งประทับในห้องโดยสารราชรถ..พลันสายตามาสะกดผู้เขียน...แปรเปลี่ยนเป็นความอาย..จึงย้ายตำแหน่งแห่งที่...จรลีจากเบื้องบนมาเป็นคนเบื้องล่าง...แทนแฟนหนุ่มที่อุ้มสมกันมา...ซึ่งรปภ.ที่นี่ก็เคารพต่อสิทธิการแสดงความรักเป็นอย่างดี


ผู้คน

            หากคิดว่าจะพบแต่สาวพม่าแต่งกายมิดชิดคงต้องคิดใหม่ เพราะหลายคนแม้ยังแต่งกายด้วยชุดผ้าถุงหรือกระโปรงยาว     แต่สาวๆที่นุ่งกระโปรงสั้นเผยเรียวขา หรือสะโพกผายเดินตามสวนสาธารณะก็มีไม่ใช่น้อย  ส่วนกางเกงยีนก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน  ผิดกับผู้ชายที่นุ่งโสร่งกันจนชินตาไม่ต่างจากแรงงานพม่าในประเทศไทย 
 
บรรยากาศยามค่ำคืน 

            เมื่อถึงยามวิกาล ถนนหนทางในเมืองค่อนข้างมืดสลัวในหลายๆจุด ไม่มีป้ายโฆษณาเกะกะสายตาหรือไฟประดับประดานัก ส่วนสถานเริงรมย์ประเภทคาราโอเกะ รวมถึงบาร์ คณะยังไม่มีโอกาสไปเยือนเลย ขณะนั้นภาพยนตร์ไทย "วัยรุ่นพันล้าน"เข้าฉายที่นี่ด้วย โดยเห็นโปรแกรมในหนังสือพิมพ์

พม่ากับการท่องเที่ยว

             พม่าให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยวพอสมควร แม้ไม่ประกาศตัวเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างไทยแลนด์  แต่ก็ให้ความสำคัญต่อการท่องเที่ยว  โดยดูแลนักท่องเที่ยวด้านความปลอดภัย   ซึ่งต้องย้อนมามองเมืองไทยที่เริ่มถูกท้ิงห่างไปทีละน้อยแบบไม่รู้ตัว 
             ส่วนตัวเมื่อสะพายกล้องเดินตามถนนยามค่ำคืนคนเดียว แม้อาจถูกชาวบ้านมองอยู่บ้างเพราะท่าทางและการแต่งกายผิดไปจากคนท้องถิ่น  แต่ไม่ได้รู้สึกหวั่นใจ หรือเกรงว่ามิจฉาชีพจะมารับน้องเหมือนบ้านเรา

ป้ายแสดงการต้อนรับนักท่องเที่ยว  ด้านหน้าตลาดนายพลอองซาน (ตลาดสก็อต)



คู่มือสนทนาภาษาพม่า ที่เจ้าของภาษาบอกว่าระดับเทพ
และช่วยให้ผู้เขียนพอเอาตัวรอดในพม่า